ข้อห้ามที่ไม่ควรทำ เมื่อผสมสายพันธุ์ไก่ชนพม่า มีอะไรบ้าง

ทีเด็ดมาแรงมากๆกับไก่ชนพม่า ตีแม่น ตีหนัก สายพันธุ์ดี ห้ามพลาด

  • ไก่ชนพม่า ประเภทถอดหัวสูง ไม่ควรนำไปผสมกับพวกเชิงมุดลงต่ำ เพราะเมื่อผสมออกมาแล้ว จะไม่สามารถกำหนดเชิงไก่ชนพม่าได้ ไม่สามารถคาดเดาว่าจะออกมาแนวไหน ซึ่งถือว่าเสียเวลาครับ เซียนไก่ชนไม่ชอบทำกัน
  • ไม่ควรเอาไก่ใจไม่สู้ หรือประเภทกลัวง่ายมาผสมกับไก่ชนพม่าเด็ดขาด เพราะผลลัพธ์มักจะทำให้ได้ไก่ที่ไม่สู้เลยมากกว่าได้ไก่ใจสู้ ไก่ประเภทต้องเลือกคู่ต่อสู้ หรือ ไก่ใจเสะ นิดๆหน่อยๆ ก็ไม่สู้แล้ว หรือประเภทขี้กลัว อันนี้ไม่ควรเอามาผสมกับไก่ชนพม่าเด็ดขาด เสียของเปล่าๆ
  • ไก่อ้วนเกินไป หรือสายพันธุ์ประเภทกระดูกบาง เนื้อเยอะ ไม่ควรนำมาผสมกับไก่ชนพม่า เพราะจะได้ไก่ที่ไม่ค่อยแข็งแรงออกมา อย่าลืมว่าจุดเด่นของไก่ชนพม่า จะต้องยืนระยะได้นาน หรือวิ่งวนเป็นหลัก จะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงปราดเปรียว ไม่ใช่ประเภทอุ้ยอ้าย หรือยืนระยะไม่ค่อยได้

  • ไก่ประเภทที่ ท่าทางเก้ๆ กังๆ เก็บปีกเก็บหางไม่เป็น หรือเก็บไม่คล่อง อันนี้ก็ไม่ควรผสมกับ ไก่ชนพม่า เช่นกัน เพราะมักจะทำให้ได้ไก่ชนประเภทที่ลีลาวูบวาบ ทำนองสวยแต่รูป เวลาเข้าชนมักเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่คล่อง
  • ไก่ชนสายพันธุ์คอยาว ก็ไม่ควรนำมาผสมกับไก่ชนพม่าเช่นกันครับ เพราะมักจะได้ลูกที่ถอดหัวไม่เป็นออกมาซะส่วนใหญ่ เป็นการบดบังจุดเด่นของสายเลือดไก่พม่าไปซะอย่างนั้น
  • ไก่ตัวเล็ก ตัวสั้น อันนี้ก็ห้าม เพราะ ไก่ชนพม่า ก็ตัวเล็กอยู่แล้ว เมื่อผสมมักได้ลูกที่ตัวเล็กกว่าออกมา เวลาชนก็มักจะล้มลุกคลุกคลานง่าย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Releated

นิสัยไก่ชนพม่า ที่ควรรู้ และทำความเข้าใจ (สำหรับการสังเกตไก่)

พ่อแม่พันธุ์ดี โดยเฉพาะพ่อพันธุ์ ทีเด็ดมากๆ ต้องดู ไก่ชนพม่า จะมีลักษณะนิสัยที่เปรียวอย่างมาก ไม่เชื่องกับคนแบบ 100% ไม่ว่ากรณีใดๆ เพราะสัญชาตญาณของไก่พันธุ์นี้เป็นไก่ที่สืบเชื้อสายมาจากไก่ป่า จึงมีความดุดันสูง ไม่เชื่องมือเหมือนกับไก่พันธุ์อื่นๆ ไก่ชนพม่า จะมีลักษณะนิสัยฉลาดแกมโกง ชั้นเชิงการต่อสู้ที่มีความกลอกกลิ้ง หลอกคู่ต่อสู้เก่ง เพราะไก่ชนพม่า เป็นไก่ที่มีลักษณะตัวค่อนข้างเล็ก จึงเน้นต่อสู้ที่ชั้นเชิงมากกว่า อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่มักแกมโกงเกินไป เช่นถอยไม่บอกกล่าว อันนี้ก็มีเยอะ ต้องระวังโดยการอย่าให้เปรียบบ่อยเกินไปครับ และต้องมีการเลี้ยงที่แตกต่างไปจากไก่พันธุ์อื่นๆ ด้วย ไก่พม่า จะมีความอ่อนไหวกับทุกสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม คนเลี้ยง อาหาร ฯลฯ ดังนั้นหากจะเลี้ยงไก่พันธุ์นี้จะต้องห้ามใจร้อนนะครับ ให้เขาปรับตัวเข้ากับคนและสิ่งแวดล้อมก่อน พอเริ่มคุ้นชินแล้วจะดีเอง นอกจากนั้นเวลาออกไปชน หากเอาไก่ชนตัวที่เคยซ้อมไปด้วย จะทำให้ไม่ตื่นสนาม ไม่ลน (พี่เลี้ยงจะต้องเป็นคนเดิมกับคนที่เลี้ยงเขา ไม่อย่างนั้นจะตื่นจะลน ตีไม่ออก วิ่งไม่ออก เป็นนิสัยของไก่พันธุ์นี้ครับ) ไก่ชนพม่า มักจะมีความอ่อนไหวกับอาการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยของตัวเอง และทำให้พฤติกรรมการตีเปลี่ยนไป ดังนั้นคนเลี้ยงต้องสังเกต ถ้าเห็นว่าเจ็บ หรือป่วย อย่าเอาขึ้นชน ไม่งั้นจากไก่เก่งๆ อาจวิ่งหนีคู่เปรียบได้ง่ายๆ อันนี้ต้องเข้าใจสัญชาตญาณไม่ชนพม่านะครับ ว่ามันไม่เหมือนกับไก่ชนทั่วไป

เทคนิคการฝึกไก่ชนพม่า ฝึกไก่หนุ่มให้ตีเจ็บๆ มีขั้นตอนอย่างไร

ตีแม่นหู แม่นตา ตีหนัก กับไก่ชนพม่า ที่นี่ห้ามพลาด สร้างความคุ้นเคยให้ ไก่ชนพม่า ที่เราเลี้ยงก่อนเป็นอันดับแรก โดยการจับแยกมาเลี้ยงในสุ่ม อาบน้ำล้างตัวกำจัดไรจนหมด แต่ไก่ชนพม่านั้นจะมีลักษณะนิสัยเปรียวไม่เชื่องง่าย ก็ให้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อให้เขา      เชื่องลง เมื่อเชื่องดีแล้วจึงค่อยนำไปวาง เพราะเมื่อคุ้นกับคนแล้วจะเริ่มคึก เริ่มชนได้ ถ้าไม่ให้เวลาเชื่องเลยอาจจะวิ่งหนีถ่ายเดียว ไม่ยอมตี ฝึกปล้ำวางกับไก่ทั่วไปก่อน อย่าเพิ่งให้วางกับไก่ชนด้วยกัน เพื่อให้ไก่เกิดความคุ้นชินการวางดิน แล้วสังเกตดูการยืนดิน ตัวไหนที่แข้งขาอ่อน กำลังไม่ดี ให้ฝึกใหม่ด้วยการวิ่งสุ่ม หรือเดินนวม เตะมุ้ง เพื่อมให้ไก่แข็งขึ้นเวลาวางจะได้ไม่แข้งขาอ่อน สำหรับการฝึกปล้ำวางครั้งต่อมา ให้วางยกละ 20 นาที ครั้งละยก แต่ถ้าปล้ำวางไม่ครบเวลา (เช่นไก่ตัวซ้อมแพ้ไปก่อน) ควรฝึกเตะนวมต่อให้ครบ 20 นาที เพื่อเป็นการฝึกยืนระยะ เพราะไก่ชนพม่า ถ้าเป็นไก่หนุ่ม มักจะมีแรงขาไม่ดีนัก ทำให้ยืนระยะได้ไม่นาน ต้องฝึกจุดนี้ให้หนัก สำหรับการฝึกไก่ชนพม่า บางเชิง เช่นพวกม้าล่อ ควรฝึกกับไก่ในเชิงเดียวกัน เพื่อดึงเอาจุดเด่นของเชิงการตีดังกล่าวออกมาให้ได้มากที่สุด ทำการควบคุมน้ำหนักของไก่ให้ดี ไม่ควรให้ไก่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป แต่ก็ไม่ควรให้น้ำหนักลดลงเช่นกัน เพราะนั่นหมายถึงความไม่สมบูรณ์ของไก่ […]